ท่องไปกับใจตน: 200 ปีพระจอมเกล้า จากมณีจันทร์ถึงหว้ากอ

ที่นี่ เป็นพื้นที่สำหรับ ให้เพื่อน ฟิสิกส์ ได้ มา พบปะ ถามไถ่ กัน PHY = Mc<sup>2</SUP> (ฯลฯ..)

Moderator:

User avatar
>_<
Posts: 7
Joined: 01/01/1970 7:00 am
Contact:

ท่องไปกับใจตน: 200 ปีพระจอมเกล้า จากมณีจันทร์ถึงหว้ากอ

Postby >_< » 14/08/2004 3:15 pm

(มณีจันทร์) ฉันมาจากปี 2546 ย้อนอดีตมาร้อยกว่าปีเจ้าค่ะ

(หลวงอัครเทพฯ) แล้วสยามต้องขึ้นกับใครไหม ในตอนนั้น

...เราเป็นเอกราชมาตลอด แต่ต้องเสียดินแดนไปบ้าง เราเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทย

(พระราชไมตรี) ประเทศไทย เสียดินแดน ส่วนไหน ให้กับใคร นี่เจ้าแต่งเรื่องขนาดนี้เชียวรึ แม่มณี รู้ไหมสาปแช่งบ้านเมืองจะถูกตัดหัว

(หลวงอัครเทพฯ) ช้าเถอะพ่อ ไหนแม่มณีลองเล่าสิ บ้านเมืองตอนนั้นเป็นอย่างไร

บ้านเมืองเจริญมาก มีตึกสูงมากมาย ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด มีรถยนต์ ไฟฟ้า เราแต่งตัวแบบตะวันตก นับถือฝรั่งมากกว่าพวกเดียวกัน เรามีทุกอย่างที่ตะวันตกมี เราเป็นทุกอย่างที่ตะวันตกเป็น เรากินทุกอย่างที่ตะวันตกกิน เราชอบทุกอย่างที่ตะวันตกบอกให้ชอบ เราอยากเป็นเขา และปฏิเสธที่จะเป็นเราเราเปลี่ยนแปลงการปกครอง เราเรียกว่าประชาธิปไตยเจ้าค่ะ

ประชาธิปไตย แล้วเรานับถือใครอังกฤษหรือฝรั่งเศส

เรานับถือไปหมด นอกจากตัวเราเจ้าค่ะ

นี่คือบางตอนที่ควรค่าแก่การจดจำ จากบทภาพยนตร์ ทวิภพ โดยสุรพงษ์ พินิจค้า และปรมินทร์ เครือทอง ผมหยิบขึ้นมาทบทวนอีกครั้ง เมื่อความทรงจำถูกตักเตือนว่า ปีนี้เป็นปีครบสองศตวรรษแห่งการพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ยิ่งทบทวนก็ยิ่งเสียดาย ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้ดู เพราะหนังเข้าโรงแล้วก็ถูกถอดออกในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยเหตุผลคือไม่ทำเงิน ไม่ใช่เพราะหนังไม่ดี แต่อาจเป็นเพราะดีเกินไป ยิ่งเสียดาย ก็ยิ่งรู้สึกว่าใครยังไม่ได้ดู ต้องไปหาหนังแผ่นมาดู ใครดูแล้ว น่าจะลองหยิบมาดูซ้ำในวาระสำคัญเช่นนี้

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อ 18 ตุลาคม 2347 งานสมโภช ?200 ปีพระจอมเกล้า? จึงมีตลอดปี 2547 โดยเฉพาะสัปดาห์วิทยาศาสตร์ วันที่ 18-24 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ เหตุเพราะทรงรอบรู้วิชาดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ชั้นสูง จนสามารถคำนวณวันเวลาที่จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างแม่นยำ ว่าจะเกิดในวันที่ 18 สิงหาคม 2411 โดยสามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และในที่สุด การเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ ก็เป็นเหตุให้ทรงพระประชวรด้วยไข้มาลาเรียจนถึงแก่สวรรคต จึงทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า ?บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย? และทรงได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลกโดยองค์การยูเนสโก

บ่ายวันนั้น ผมยืนอยู่เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ แม้แดดจะร้อนเปรี้ยง แต่กายผมกลับร่มรื่น เว้นแต่ใจที่ร้อนผ่าว เมื่อคิดถึง คำของพระราชไมตรีและหลวงอัครเทพวรากร ขณะนำมณีจันทร์ไปดู ?อาวุธลับ? หรือ ?ขุมกำลัง? ที่รัชกาลที่ 4 ทรงเตรียมไว้รับมือกับจักรวรรดินิยมตะวันตก

...หลังประตูนี้แหละ อาวุธของเรา นี่แหละคืออาวุธที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเตรียมไว้ให้กับเราทุกคน ร้อยปี สยามจะมีปราชญ์สักคนก็แสนเข็ญ สิ่งนี้แหละ (หอหนังสือ) ที่ทำให้ข้ายอมถวายกายถวายใจ หวังเอาไว้คุยอวดลูกอวดหลาน หวังให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้เข้าใจและรู้จักอาวุธที่มีค่านี้?"

ในสมัยของฉัน ชาวสยามอ่านออกเขียนได้ทุกคนเจ้าค่ะ

ชาวสยามอ่านออกเขียนได้ เจ้าเพ้อถึงอนาคตอีกแล้ว แต่ข้าถือเป็นคำชม งั้นเราก็ทำสำเร็จสิ ทุกคนฉลาดหมดใช่ไหม บ้านเมืองคงวุ่นวายกันฉิบหาย

ก็ไม่เชิงดอกเจ้าค่ะ เรามีหอหนังสือมากมาย ใครๆ ก็เข้าไปอ่านได้ เรามีหนังสือวางขายทุกมุมถนน ใครๆ ก็เข้าไปซื้อได้ แต่ลูกหลานเรา คนหนึ่งอ่านหนังสือกันปีละแค่ 6 บรรทัดเจ้าค่ะ

อ่านหนังสือกันแค่ปีละ 6 บรรทัด ฉิบหายละบ้านเมืองกู อย่าให้พระเจ้าอยู่หัวรู้เชียวนะ ท่านจะทรงพระประชวรหนัก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อคนรุ่นหลังพูดถึงเอกราชของชาติไทย เรามักรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำพาสยามประเทศรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาของมหาอำนาจนักล่าอาณานิคมมาได้ แต่เราลืมไปว่า นอกเหนือจากพระอัจฉริยะภาพของรัชกาลที่ 5 แล้ว อาวุธลับในการต่อกรกับฝรั่งดั้งขอ ได้ถูกเตรียมการณ์มาอย่างดีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ด้วยทรงตระหนักว่า ถ้าเรารู้แต่เรา แต่เราไม่รู้จักเขา แล้วจะไปสู้กับเขาได้อย่างไร จึงทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาวิทยาการตะวันตก ซึ่งเบื้องแรกที่สุด ต้องรู้ภาษาของเขาก่อน จึงทรงเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นกษัตริย์สยามพระองค์แรกที่แตกฉานภาษาอังกฤษและรอบรู้ในวิทยาการสมัยใหม่ ขนาดคำนวณเวลาการเกิดสุริยุปราคาได้

แล้วพระองค์มิใช่หรือ ที่โปรดให้ยกเลิกประเพณีห้ามราษฎรเข้าเฝ้าฯ แล้วโปรดให้ถวายฎีกาขอความเป็นธรรมได้โดยตรง ทรงยกเลิกการบังคับสตรีแต่งงานแบบคลุมถุงชน โปรดให้ข้าราชการสวมเสื้อเวลาเข้าเฝ้าฯ ให้ชาวต่างชาติยืนเฝ้าแทนการหมอบคลาน ทรงไม่แข็งขืนความเป็นจริงของโลก ด้วยการยอมทำสนธิสัญญาตามเงื่อนไขมหาอำนาจ เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนใหญ่ของสยามไว้ ทรงพระราชทานเสรีภาพให้ราษฎรนับถือศาสนาตามสมัครใจ ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระทัยขนาดพระราชทานที่ดินให้ชาวคริสต์สร้างโบสถ์ ซื้อที่ดินให้มิชชันนารีเช่าสร้างที่อยู่อาศัย โปรดฯ ให้ตัดถนนเจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร สีลม พระราม 4 เพื่อความสะดวกทางการค้าและเชื่อมกรุงเทพฯ กับหัวเมืองใกล้เคียงด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล

เหล่านี้มิใช่หรือคือรากฐานของการไม่ตกเป็นเมืองขึ้นใคร ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงสานต่อจนสำเร็จ โดยมิทรงล่วงรู้ว่าเพียงร้อยกว่าปีต่อมา เราอ่านหนังสือกันเฉลี่ยปีละเพียง 6 บรรทัด และเรานับถือใครๆ ไปหมด นอกจากตัวของเราเอง เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 ณ หว้ากอ บ่ายวันนั้น ในใจผมร้อนผ่าวด้วยตระหนักว่า พระองค์จะทรงปวดร้าวพระราชหฤทัยเพียงใด ถ้าแม่มณีจันทร์ไม่ใช่เป็นเพียงตัวละครในจินตนาการ



สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สมโภช 200 ปี รัชกาลที่ 4 จัดที่ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ วันที่ 18-21 สิงหาคม และที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ณ หว้ากอ วันที่ 18-24 สิงหาคม พร้อมเปิดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลเป็นครั้งแรก (ฟรี) โทร 0-3266-1098

น็อค

ไม่เก่งหรอกแค่ฟลุคนะ

Postby น็อค » 08/10/2004 1:16 pm

:mrgreen:ความรู้สึกกับกระทู้ธรรม คือ ไม่มี

konun

Re: ท่องไปกับใจตน: 200 ปีพระจอมเกล้า จากมณีจันทร์ถึงหว้ากอ

Postby konun » 29/08/2005 5:39 pm

>_< wrote:(มณีจันทร์) :P ฉันมาจากปี 2546 ย้อนอดีตมาร้อยกว่าปีเจ้าค่ะ

(หลวงอัครเทพฯ) แล้วสยามต้องขึ้นกับใครไหม ในตอนนั้น

...เราเป็นเอกราชมาตลอด แต่ต้องเสียดินแดนไปบ้าง เราเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทย

(พระราชไมตรี) ประเทศไทย เสียดินแดน ส่วนไหน ให้กับใคร นี่เจ้าแต่งเรื่องขนาดนี้เชียวรึ แม่มณี รู้ไหมสาปแช่งบ้านเมืองจะถูกตัดหัว

(หลวงอัครเทพฯ) ช้าเถอะพ่อ ไหนแม่มณีลองเล่าสิ บ้านเมืองตอนนั้นเป็นอย่างไร

บ้านเมืองเจริญมาก มีตึกสูงมากมาย ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด มีรถยนต์ ไฟฟ้า เราแต่งตัวแบบตะวันตก นับถือฝรั่งมากกว่าพวกเดียวกัน เรามีทุกอย่างที่ตะวันตกมี เราเป็นทุกอย่างที่ตะวันตกเป็น เรากินทุกอย่างที่ตะวันตกกิน เราชอบทุกอย่างที่ตะวันตกบอกให้ชอบ เราอยากเป็นเขา และปฏิเสธที่จะเป็นเราเราเปลี่ยนแปลงการปกครอง เราเรียกว่าประชาธิปไตยเจ้าค่ะ

ประชาธิปไตย แล้วเรานับถือใครอังกฤษหรือฝรั่งเศส

เรานับถือไปหมด นอกจากตัวเราเจ้าค่ะ

นี่คือบางตอนที่ควรค่าแก่การจดจำ จากบทภาพยนตร์ ทวิภพ โดยสุรพงษ์ พินิจค้า และปรมินทร์ เครือทอง ผมหยิบขึ้นมาทบทวนอีกครั้ง เมื่อความทรงจำถูกตักเตือนว่า ปีนี้เป็นปีครบสองศตวรรษแห่งการพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ยิ่งทบทวนก็ยิ่งเสียดาย ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้ดู เพราะหนังเข้าโรงแล้วก็ถูกถอดออกในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยเหตุผลคือไม่ทำเงิน ไม่ใช่เพราะหนังไม่ดี แต่อาจเป็นเพราะดีเกินไป ยิ่งเสียดาย ก็ยิ่งรู้สึกว่าใครยังไม่ได้ดู ต้องไปหาหนังแผ่นมาดู ใครดูแล้ว น่าจะลองหยิบมาดูซ้ำในวาระสำคัญเช่นนี้

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อ 18 ตุลาคม 2347 งานสมโภช ?200 ปีพระจอมเกล้า? จึงมีตลอดปี 2547 โดยเฉพาะสัปดาห์วิทยาศาสตร์ วันที่ 18-24 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ เหตุเพราะทรงรอบรู้วิชาดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ชั้นสูง จนสามารถคำนวณวันเวลาที่จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างแม่นยำ ว่าจะเกิดในวันที่ 18 สิงหาคม 2411 โดยสามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และในที่สุด การเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ ก็เป็นเหตุให้ทรงพระประชวรด้วยไข้มาลาเรียจนถึงแก่สวรรคต จึงทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า ?บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย? และทรงได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลกโดยองค์การยูเนสโก

บ่ายวันนั้น ผมยืนอยู่เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ แม้แดดจะร้อนเปรี้ยง แต่กายผมกลับร่มรื่น เว้นแต่ใจที่ร้อนผ่าว เมื่อคิดถึง คำของพระราชไมตรีและหลวงอัครเทพวรากร ขณะนำมณีจันทร์ไปดู ?อาวุธลับ? หรือ ?ขุมกำลัง? ที่รัชกาลที่ 4 ทรงเตรียมไว้รับมือกับจักรวรรดินิยมตะวันตก

...หลังประตูนี้แหละ อาวุธของเรา นี่แหละคืออาวุธที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเตรียมไว้ให้กับเราทุกคน ร้อยปี สยามจะมีปราชญ์สักคนก็แสนเข็ญ สิ่งนี้แหละ (หอหนังสือ) ที่ทำให้ข้ายอมถวายกายถวายใจ หวังเอาไว้คุยอวดลูกอวดหลาน หวังให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้เข้าใจและรู้จักอาวุธที่มีค่านี้?"

ในสมัยของฉัน ชาวสยามอ่านออกเขียนได้ทุกคนเจ้าค่ะ

ชาวสยามอ่านออกเขียนได้ เจ้าเพ้อถึงอนาคตอีกแล้ว แต่ข้าถือเป็นคำชม งั้นเราก็ทำสำเร็จสิ ทุกคนฉลาดหมดใช่ไหม บ้านเมืองคงวุ่นวายกันฉิบหาย

ก็ไม่เชิงดอกเจ้าค่ะ เรามีหอหนังสือมากมาย ใครๆ ก็เข้าไปอ่านได้ เรามีหนังสือวางขายทุกมุมถนน ใครๆ ก็เข้าไปซื้อได้ แต่ลูกหลานเรา คนหนึ่งอ่านหนังสือกันปีละแค่ 6 บรรทัดเจ้าค่ะ

อ่านหนังสือกันแค่ปีละ 6 บรรทัด ฉิบหายละบ้านเมืองกู อย่าให้พระเจ้าอยู่หัวรู้เชียวนะ ท่านจะทรงพระประชวรหนัก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อคนรุ่นหลังพูดถึงเอกราชของชาติไทย เรามักรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำพาสยามประเทศรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาของมหาอำนาจนักล่าอาณานิคมมาได้ แต่เราลืมไปว่า นอกเหนือจากพระอัจฉริยะภาพของรัชกาลที่ 5 แล้ว อาวุธลับในการต่อกรกับฝรั่งดั้งขอ ได้ถูกเตรียมการณ์มาอย่างดีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ด้วยทรงตระหนักว่า ถ้าเรารู้แต่เรา แต่เราไม่รู้จักเขา แล้วจะไปสู้กับเขาได้อย่างไร จึงทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาวิทยาการตะวันตก ซึ่งเบื้องแรกที่สุด ต้องรู้ภาษาของเขาก่อน จึงทรงเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นกษัตริย์สยามพระองค์แรกที่แตกฉานภาษาอังกฤษและรอบรู้ในวิทยาการสมัยใหม่ ขนาดคำนวณเวลาการเกิดสุริยุปราคาได้

แล้วพระองค์มิใช่หรือ ที่โปรดให้ยกเลิกประเพณีห้ามราษฎรเข้าเฝ้าฯ แล้วโปรดให้ถวายฎีกาขอความเป็นธรรมได้โดยตรง ทรงยกเลิกการบังคับสตรีแต่งงานแบบคลุมถุงชน โปรดให้ข้าราชการสวมเสื้อเวลาเข้าเฝ้าฯ ให้ชาวต่างชาติยืนเฝ้าแทนการหมอบคลาน ทรงไม่แข็งขืนความเป็นจริงของโลก ด้วยการยอมทำสนธิสัญญาตามเงื่อนไขมหาอำนาจ เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนใหญ่ของสยามไว้ ทรงพระราชทานเสรีภาพให้ราษฎรนับถือศาสนาตามสมัครใจ ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระทัยขนาดพระราชทานที่ดินให้ชาวคริสต์สร้างโบสถ์ ซื้อที่ดินให้มิชชันนารีเช่าสร้างที่อยู่อาศัย โปรดฯ ให้ตัดถนนเจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร สีลม พระราม 4 เพื่อความสะดวกทางการค้าและเชื่อมกรุงเทพฯ กับหัวเมืองใกล้เคียงด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล

เหล่านี้มิใช่หรือคือรากฐานของการไม่ตกเป็นเมืองขึ้นใคร ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงสานต่อจนสำเร็จ โดยมิทรงล่วงรู้ว่าเพียงร้อยกว่าปีต่อมา เราอ่านหนังสือกันเฉลี่ยปีละเพียง 6 บรรทัด และเรานับถือใครๆ ไปหมด นอกจากตัวของเราเอง เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 ณ หว้ากอ บ่ายวันนั้น ในใจผมร้อนผ่าวด้วยตระหนักว่า พระองค์จะทรงปวดร้าวพระราชหฤทัยเพียงใด ถ้าแม่มณีจันทร์ไม่ใช่เป็นเพียงตัวละครในจินตนาการ



สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สมโภช 200 ปี รัชกาลที่ 4 จัดที่ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ วันที่ 18-21 สิงหาคม และที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ณ หว้ากอ วันที่ 18-24 สิงหาคม พร้อมเปิดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลเป็นครั้งแรก (ฟรี) โทร 0-3266-1098


Return to “สำหรับ เพื่อนๆ ฟิสิกส์ มหาวิทยาลัย นะค่ะ”

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests