เปิดแฟ้มลับ เผยนาทีต่อนาทีก่อนถึง "ซีโร่มินิต" ที่ฮิโรชิมา

ถาม - ตอบ ปัญหาฟิสิกส์ ระดับมหาวิทยาลัย

Moderator:

User avatar
nokroo
Posts: 188
Joined: 01/01/1970 7:00 am
Location: วัดตะคร้ำเอน ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

เปิดแฟ้มลับ เผยนาทีต่อนาทีก่อนถึง "ซีโร่มินิต" ที่ฮิโรชิมา

Postby nokroo » 22/05/2012 11:30 am

ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อกองทัพนาซีพ่ายอย่างย่อยยับต่อกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรแล้ว แต่ญี่ปุ่นยังประกาศสู้ต่อไปจนทหารคนสุดท้าย ประธานาธิบดีแฮร์รี่ เอส. ทรูแมน แห่งสหรัฐฯเล็งแล้วว่าการที่จะทำการสู้รบต่อไปจนญี่ปุ่นเหลือทหารคนสุดท้ายนั้น ถึงสามารถทำได้แต่ก็ไม่ง่ายเลย ทว่ากว่าที่จะกวาดล้างทหารญี่ปุ่นจนคนสุดท้ายนั้น สหรัฐฯจะต้องสูญเสียทหารพลเรือนและทรัพยากรไม่น้อยเหมือนกัน เพราะทหารญี่ปุ่นทั้งหมดมีจำนวนนับล้านคน ดังนั้น เพื่อพิชิตญี่ปุ่นให้เร็วที่สุดโดยใช้ชีวิตชาวญี่ปุ่นสังเวยในจำนวนใกล้เคียงกัน โดยฝ่ายสหรัฐฯ แทบจะไม่สูญเสียอะไรเลย จึงต้องใช้แผน "ซีโร่ มินิต"
วันที่ 5 สิงหาคม 1945 เวลา 14.00 น.
นับแต่ยึดได้เกาะทีเนียนที่อยู่ทางภาคตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อปี 1944 เกาะนี้ถูกเปลี่ยนไปเป็นฐานทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกทันที และฐานทัพอากาศแห่งนี้ก็ได้ซ่อนความลับสุดยอดไว้มากมาย ในมุมที่ห่างไกลผู้คนมุมหนึ่งของฐานทัพ ซึ่งทำการคุ้มกันจุดนี้อย่างหนาแน่นด้วยปืนกลและวางแนวปืนใหญ่ไว้มากมายนั้น ในเวลา 14.00 น. ของวันนั้น ถังขยะสีเทาทึม ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติถูกเข็นบนล้อเข็นจากโรงเก็บเครื่องบินไปยังเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B-29 ที่จอดรออยู่ด้วยลักษณะที่มีการระมัดระวังอย่างเต็มที่ จากนั้นก็ถูกกว้านขึ้นสู่ใต้ท้องเครื่องบินซึ่งก็สามารถผ่านเข้าตามช่องเปิดใต้ท้องเครื่องบินได้อย่างเหมาะเจาะ ระหว่างนั้นมีทหารหลายนายอาวุธครบมือยืนระแวงระไวอยู่ด้วยท่าพร้อมใช้อาวุธ เป็นการเตรียมการ รปภ. อย่างเข้มงวดที่สุดอย่างไม่เคยทำกันมาก่อนในส่วนใดของเกาะนี้...ทำไมหรือ ก็เพราะถังขยะใบนี้ไม่ใช่ถังขยะธรรมดาแต่เป็นถังขยะที่บรรจุสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลอันเป็นผลิตภัณฑ์จากการที่ทำการวิจัยกันอย่างหามรุ่งหามค่ำติดต่อกันมาถึง 3 ปี ด้วยค่าใช้จ่ายสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ มันคืออาวุธลับที่สุดของสหรัฐฯ นับจากนี้ไปอีกไม่ถึง 12 ชั่วโมง ระเบิดมหาประลัยนี้ที่มีชื่อไพเราะว่า "ลิตเติ้ล บอย" หรือเจ้าหนูน้อยจะต้องเดินทางไปฮิโรชิม่าประเทศญี่ปุ่น
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 00.01 น.
ชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนยกพื้นสูง จับตาอยู่ที่กลุ่มชายฉกรรจ์ที่จะต้องเดินทางด้วยเครื่องบินกับเขาไปยังเป้าหมายที่ยังไม่เปิดเผย ในเวลาอีกสองสามชั่วโมงข้างหน้านี้ เขาคือพันเอก พอล วอร์ฟีลด์ ทิบเบต บุรุษร่างบึกบึนต้นคอหนาแบบกระทิงวัย 30 ปี คิ้วดกดำหนา และคางเหลี่ยมแบบคนสู้คน เขาเป็นทหารเจนศึกในสงครามทางอากาศเหนือน่านฟ้าเยอรมันนี ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ได้ถูกคัดเลือกมาฝึกหนักได้ 11 เดือนแล้วโดยไม่มีใครรู้ว่าเขาได้รับการฝึกเพื่อภารกิจอันใด ได้รับการบอกสั้น ๆ แต่เพียงว่าภารกิจของพวกเขาก็คือการทำให้สงครามสงบในทันที คืนนี้คือค่ำคืนที่พวกเขารอมานาน
ทิบเบตประกาศว่าในอีกสองสามชั่วโมงข้างหน้านับจากนี้ไป หนึ่งในสามเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นจะถูกถล่มด้วยระเบิดแห่งการปฏิวัติที่มีอำนาจการทำลายล้างสูงเท่ากับการบินโจมตีทิ้งระเบิดถึง 2,000 เที่ยวบิน โดยมีเป้าหมายในการโจมตีตามลำดับดังนี้คือ ฮิโรชิม่า-โคกูร่า-นากาซากิ
เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งสามลำจะบินตรงไปยังเมืองเป้าหมายเหล่านี้ล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่หน่วยบัญชาการกองกำลังโจมตีทางอากาศจะยืนยันข้อมูลสภาพอากาศเหนือเมืองเหล่านี้ เมืองที่มีสภาพอากาศสดใสที่สุดจะถูกเลือกให้เป็นเป้าหมายแรกในการโจมตี จากนั้นมีการแจกแว่นกรองแสงให้กับทุกคน ทิบเบตบอกให้ทุกคนสวมแว่นกรองแสง แสงสว่างที่เกิดจากการระเบิดนี้จะมีความเข้มสูงกว่าแสงดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เมื่อทิบเบตกล่าวจบก็เกิดความเครียดขึ้นในจิตใจของทีมงานทุกคน
ในช่วงเวลาเดียวกันแต่ห่างออกไปจากที่นี่ 14,000 กิโลเมตร ประธานาธิบดีทรูแมนซึ่งกำลังโดยสารอยู่บนเรือ ยูเอส.เอส.ออกัสต้า ที่กำลังเร่งฝีจักรอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเพิ่งจะเสร็จพิธีกรรมทางศาสนาประจำวันอาทิตย์ ท่านประธานาธิบดีกำลังเดินทางกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นการประชุมปอร์ตสดัมคอนเฟอร์เร้นซ์ ในเยอรมนีและเพิ่งได้รับรายงานมาก่อนหน้านี้หนึ่งวันว่า ภารกิจปรมาณูจะเริ่มบินไปยังเป้าหมายวันนี้เวลา 2 นาฬิกา 45 นาที ตามเวลาเกาะทิเนียน
การตัดสินใจที่จะใช้ระเบิดมหาประลัยนี้ดำเนินไปอย่างไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัย เนื่องจากประธานาธิบดีทรูแมนไม่เหลือทางอื่นให้เลือกแล้ว เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประธานคณะเสนาธิการผสมได้นำเสนอตารางเวลาในการปฏิบัติการโจมตีญี่ปุ่นมาให้พิจารณา
โดยภารกิจดังกล่าวจะแบ่งปฏิบัติเป็นสองขั้นตอนคือ ขั้นตอนแรกใช้ชื่อว่าปฏิบัติการ "โอลิมปิก" มีกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 พฤศจิกายน ส่วนขั้นตอนที่สองกำหนดจะเริ่มปฏิบัติการในเดือน มีนาคม ปี 1946 มีการประเมินการสูญเสียกำลังพลแตกต่างกันไป แต่ที่แน่นอนเหมือนกันก็คือว่า จะต้องมีการสูญเสียมากมายมหาศาลโดยอนุมานเอาจากการที่ญี่ปุ่นทำการสู้ตายเพื่อป้องกันเกาะโอกินาวา ซึ่งกว่าจะยึดเกาะนี้ได้ก็ต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน และเสียกำลังพลไปถึง 12,000 คน ในขณะที่ญี่ปุ่นเสียกำลังพลไปถึง 107,000 คน
สำหรับประธานาธิบดีทรูแมนนั้นเห็นว่าการบุกโจมตีแผ่นดินแม่ของญี่ปุ่นนั้นจะต้องสูญเสียยับเยินกว่านี้ ดังนั้นจึงฝากความหวังไว้กับระเบิดในซองเก็บระเบิดใต้ท้องเครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 อย่างเต็มที่
วันที่ 6 สิงหาคม เวลา 02.27 น.
ก่อนเริ่มออกปฏิบัติภารกิจ บรรดาลูกเรือทุกคนในกองบินนี้จะได้รับมอบภารกิจให้ทำหน้าที่หน่วยช่างภาพให้พยายามเก็บภาพเหตุการณ์ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อว่าในเช้าวันถัดไปจะต้องสามารถกระจายข่าวและภาพถ่ายออกไปทั่วโลกได้อย่างทั่วถึง
เมื่ออยู่ในลักษณะเตรียมพร้อม เครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 จะถูกสาดส่องด้วยสปอตไลท์สว่างไสวราวกับงานเทศกาล ครั้นแล้วบรรดาลูกเรือต่างพากันปีนขึ้นไปประจำตามตำแหน่งหน้าที่ของตนบนเครื่องบิน B-29 คนสุดท้ายที่ขึ้นไปได้แก่พันเอกทิบเบต ก่อนที่ผลุบหายเข้าไปในลำตัวเครื่องบิน เขาหันมาโบกมือให้กับทุกคน เครื่องบิน B-29 ลำนี้ได้ชื่อว่า อีโนล่า เกย์ ตามชื่อของแม่เขา ซึ่งในระหว่างบินขึ้นใต้ท้องเครื่องบินลำนี้มีระเบิดที่มีอันตรายที่สุดนอนนิ่งอยู่ ดังนั้นการบินขึ้นจะต้องไม่มีอะไรผิดพลาด ฉะนั้นตลอดทางวิ่งที่มีความยาว 2.5 กิโลเมตร จึงมีการวางรถดับเพลิงในตำแหน่งที่ถี่เป็นพิเศษ เนื่องจากในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดการเฉี่ยวชนของ B-29 เกิดขึ้นถึง 4 ครั้ง และเหตุการณ์เช่นนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นแก่อีโนล่า เกย์ ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่ฐานทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้เลย แม้แต่เกาะทีเนียนก็จะไม่เหลือในสภาพเกาะให้เห็นอีกต่อไป ทิบเบตสังเกตเห็นว่ามือที่จับคันบังคับเครื่องบินของตนเปียกชื้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เขาก็สามารถนำอีโนล่า เกย์ ทำความเร็วบนรันเวย์ได้อย่างราบรื่น อีกนาทีต่อมา B-29 อีกสองลำก็ทะยานตามมาในระยะห่างเท่า ๆ กัน ลำที่สองเต็มไปด้วยช่างภาพและลำที่สามบรรทุกผู้สังเกตการณ์ ไม่นานต่อมาเครื่องบินสามก็บินหายลับไปกับขอบฟ้าเริ่มต้นการบินระยะทาง 2,500 กิโลเมตร ไปยังแผ่นดินประเทศญี่ปุ่น แต่ถึงกระนั้นในช่วงเวลานั้นก็ยังไม่มีใครรู้ว่า หนึ่งในสามเมืองนั้นเมืองใดจะเป็นเป้าแรกในการโจมตี
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 02.50 น. ที่ตำแหน่งเหนือน่านฟ้าเมืองฮิโรชิม่า
แม้ว่าที่เมืองฮิโรชิม่า จะมีการพรางไฟยามค่ำคืนก็ตามในช่วงเวลาสงคราม แต่ชีวิตในฮิโรชิม่าก็คงยังเป็นปกติสุขอยู่ได้ตามสมควร โรงหนังบางแห่งยังเปิดฉายตามปกติ แต่ข้าวปลาอาหารค่อนข้างขาดแคลน อาหารหลักของชาวฮิโรชิม่าจำนวน 330,000 คนจึงเป็นประเภทผักเสียเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งถึงขั้นต้องกินหญ้าบางชนิดเป็นอาหารก็ยังเคย แต่สิ่งที่ฮิโรชิม่ามีความโชคดีเหนือเมืองอื่น ๆ ในญี่ปุ่นได้แก่ การไม่เคยถูกโจมตีทางอากาศมาเลย ถึงกระนั้นก็ยังมีการเกณฑ์นักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ มารื้อบ้านบางหลังออกเพื่อประโยชน์ในการป้องกันไฟลุกลามเมื่อเกิดการโจมตีทางอากาศขึ้น แต่สิ่งนั้นก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นในฮิโรชิม่า
เมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ นายกเทศมนตรีของเมืองได้นำหลานตามาเลี้ยงที่นี่ ซึ่งจัดว่าปลอดภัยกว่าทุกแห่ง ยิ่งมีข่าวลือว่าแม่ของประธานาธิบดีทรูแมนถูกจับตัวแล้วนำมากักขังไว้ที่เมืองนี้ ยิ่งสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของเมืองนี้ให้บรรดาชาวฮิโรชิม่าเพราะมีเหตุให้พึงเชื่อเช่นนั้น เนื่องจากไม่เคยถูกโจมตีทางอากาศเลย และมั่นใจว่าเมืองนี้จะไม่มีวันถูกโจมตีแน่นอนในเวลาต่อไป จากการสั่งห้ามของประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ข่าวลือเช่นนั้นกลับเป็นผลร้ายแก่ฮิโรชิม่าและเป็นอันตรายต่อชาวเมือง เพราะเป็นแรงจูงใจให้ประธานาธิบดีทรูแมนต้องใส่ชื่อเมืองนี้เป็นเป้าหมายอันดับต้นของการโจมตีตามแผนซีโร่มินิต
Last edited by nokroo on 26/03/2013 7:46 pm, edited 7 times in total.

Return to “ระดับมหาวิทยาลัย”

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 3 guests