มิโนะรุ ชิโรตะ เจ้าพ่อยาคูลท์

ถาม - ตอบ ปัญหาฟิสิกส์ ระดับมัธยม

Moderator:

User avatar
nokroo
Posts: 188
Joined: 01/01/1970 7:00 am
Location: วัดตะคร้ำเอน ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

มิโนะรุ ชิโรตะ เจ้าพ่อยาคูลท์

Postby nokroo » 15/08/2013 7:57 pm

ยาคูลท์ฉบับต้นตำรับดั้งเดิม ที่อยู่คู่สังคมไทยมานานเกือบ 45 ปีแล้ว
ใครไม่เคยดื่มยาคูลท์บ้าง ? ยกมือขึ้น
เชื่อขนมกินได้เลยว่า...ไม่มี
ใครไม่รู้จัก "สาวยาคูลท์" บ้าง !?! ยกมือขึ้น
แน่นอน...ว่าไม่มีเช่นกัน
ยาคูลท์กับคนไทย ผูกพันและอยู่คู่กันมานานแสนนาน นับจนถึงปัจจุบันก็กว่า 45 ปี เป็นความโด่งดังที่คงทน และเป็นต้นแบบของความสำเร็จแบบยากเกินกว่าใครหรือยี่ห้อใดจะเลียนแบบได้เสมอเหมือน
ยาคูลท์เป็น "Master" ของนมเปรี้ยวอย่างแท้จริง
แต่ใครบ้างรู้ว่า ผู้ใดเป็นบุคคลที่คิดผลิตยาคูลท์ขึ้นมาเป็นคนแรกของโลก
ซึ่งบุคคลผู้นั้นมีนามว่า มิโนะรุ ชิโรตะ
ยาคูลท์แปลกตรงที่ว่าเป็นผลิตภัณฑ์พิเศษ คือจัดเป็น "One Product Fits All"
ในตลอด 30 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเปลี่ยนรูปทรง ขนาดหรือโลโก้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ยาคูลท์ตรงกับเสียงภาษาญี่ปุ่นว่า Yakuruto ตรงกับชื่อภาษาอังกฤษว่า Yakult เป็นเครื่องดื่มที่ดัดแปลงมาจากโยเกิร์ต โดยทำจากกระบวนการหมักของนมพร่องไขมันกับน้ำตาลและแบคทีเรียแลกโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อการย่อยและการดูดซึมอาหารของมนุษย์ มีส่วนช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น ชื่อของยาคูลท์มาจากภาษาเอสเปรันโต ที่อ่านว่า Jahurto หมายถึงโยเกิร์ตนั่นเอง
มิโนะรุ ชิโรตะ เป็นเด็กชายที่เกิดในหมู่บ้านอินาดานิ อีดะ จังหวัดนางาโน่ในวันที่ 23 เมษายน 1899

Image

ที่บ้านของเด็กชายชิโรตะ เป็นครอบครัวฐานะดี มีอาชีพเลี้ยงไหม และเป็นโรงงานทำกระดาษ เขาเรียนที่โรงเรียนริวโอดะ มีความเก่งกาจทางด้านคณิตศาสตร์นับแต่วัยเยาว์ แต่อ่อนหัดทางภาษา คุณครูฟุคุจิ ช่วยดูแลจัดการจนเขากลายเป็นเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีมาก
ในปี ค.ศ. 1918 ชิโรตะจบการศึกษาจากโรงเรียนอีดะ ขณะนั้นอายุ 18 ปี สอบเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาการแพทย์ ตามที่พ่อต้องการที่มหาวิทยาลัยโทโฮคุ

Image

เขาเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพดี หาความสุขสันโดษได้จากสิ่งที่รายล้อมรอบตัว ใช้ชีวิตอิสระ คบเพื่อนฝูงมากมาย
ยามว่างเขาชอบดูภาพยนตร์ เขาสนใจใฝ่รู้ในศาสตร์ด้านภาพยนตร์มาก จนเคยอยากเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์มากกว่าเป็นหมอ แต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนความตั้งใจเดิม
ในช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ชิโรตะได้อพยพย้ายบ้านไปอยู่ที่เกียวโต
ค.ศ. 1921 เขาศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางในสาขาจุลชีววิทยาทางการแพทย์ ณ มหาวิทยาลัยเกียวโตเทโคคุ เขาสนใจเชื้อจุลชีพก่อโรคบิด และโรคท้องร่วงในเด็กมากเป็นพิเศษ
ชิโรตะศึกษาต่อจนจบเป็นแพทย์เมื่อ ค.ศ. 1925 จากนั้นเขาทุ่มเท ค้นคว้ากับจุลชีพกรดนมอย่างเต็มที่ จุลชีพในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ทำให้ลำไส้ของมนุษย์สามารถต้านทานโรคจากจุลชีพชนิดอื่นได้ดี แนวคิดของชิโรตะคือ การคัดสายพันธุ์ เอาจุลชีพดีเพาะเลี้ยงให้แข็งแรง และผลิตเป็นเครื่องดื่มสำหรับให้ประชาชนพลเมืองดื่มเข้าไป เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดเวลา
ค.ศ. 1929 ชิโรตะได้แต่งงานกับโยชิเอะ ต่างตกลงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันที่ตำบลคามีเกียว จังหวัดเกียวโต
ในระหว่าง ค.ศ. 1930-1935 ชิโรตะสามารถจัดจำแนกแยกจุลชีพโดยเฉพาะกลุ่มแบคทีเรียจากลำไส้มนุษย์ได้จำนวนมากถึง 300 สายพันธุ์
เป้าหมายหลักของเขาคือ จำแนกแบคทีเรียที่สามารถอยู่รอดปลอดภัยจากการจากการเคลื่อนผ่านน้ำย่อยในช่องท้อง กระเพาะอาหาร และน้ำดีที่มีฤทธิ์เป็นกรด ไปสู่ลำไส้เล็กได้โดยอยู่รอดปลอดภัย
ในปี ค.ศ. 1935 ชิโรตะประสบความสำเร็จในการคัดแยกจุลชีพสายพันธุ์ใหม่ที่มีความแข็งแรง และเจริญได้ดีในลำไส้เล็ก ช่วยในระบบการย่อยของมนุษย์ โดยตั้งชื่อว่า แลคโตบาซิลลัส คาเซ ชิโรตะ จากการค้นพบแลคโตบาซิลลัส คาเซ ชิโรตะนี้ ทำให้เขาสามารถผลิตเครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อย และสร้างสมดุลแข็งแรงให้เกิดขึ้นในร่างกายของมนุษย์ได้สำเร็จโดยเฉพาะ เขาตั้งชื่อว่า "ยาคูลท์" ซึ่งถือเป็น original ที่ใช้เรียกกันมาจวบจนปัจจุบัน
ปี ค.ศ. 1935 ถือเป็นปีทองของชิโรตะ เพราะเขาถือโอกาสจัดตั้ง "สถาบันชิโรตะ" ขึ้น ณ ตำบลโรนิน จังหวัดฟูกูโอกะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและผลิตยาคูลท์จำหน่ายทั่วญี่ปุ่น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากมายนัก

Image

ระหว่างปี ค.ศ. 1938-1939 ชีวิตของชิโรตะต้องเข้าไปวุ่นวายกับสงครามในฐานะแพทย์ทหาร เขาระหกระเหเร่ร่อนอยู่ระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ต้องพลัดพรากจากครอบครัวอันเป็นที่รัก
กระทั่ง ปลายปี ค.ศ. 1939 เขากลับมายังญี่ปุ่นอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับถือโอกาสฟื้นฟูสถาบันชิโรตะขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ประกอบกับสถานภาพของญี่ปุ่นตกอยู่ในความลำบากและวุ่นวาย ประชาชนทั่วไปอดอยากหิวโหยอย่างหนัก เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงทั่วประเทศ
นั่นเอง...ทำให้ชิโรตะผลิตยาคูลท์ออกจำหน่ายในราคาถูก แม้จะขาดทุนก็ตาม เขาหวังเพียงให้ประชาชนญี่ปุ่นมีสุขภาพแข็งแรง ยาคูลท์นี้ล้ม ๆ ลุก ๆ เช่นเดียวกับการขึ้น-ลงของสภาวะสงครามทั่วโลก
ในปี ค.ศ. 1950 ด้วยความพยายามอย่างอุตสาหะของศาสตราจารย์ ดร.มิโนะรุ ชิโรตะ ภายหลังสงครามสงบ ยาคูลท์ในรูปลักษณ์ใหม่ที่โดดเด่น โดนใจจึงถูกผลิตขึ้น และจัดจำหน่ายไปทั่วญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว
พอรุ่งขึ้น ปี ค.ศ. 1955 ชิโรตะได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ ณ กรุงโตเกียว โดยจัดตั้งเป็นบริษัท "ยาคูลท์" เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้กับแบรนด์อย่างเต็มที่ พร้อมกับควบคุมการจัดจำหน่ายอย่างทั่วถึงทั้งในประเทศญี่ปุ่นเองและต่างประเทศ
ในปี ค.ศ. 1969 เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นที่ 4 จากสมเด็จองค์พระจักรพรรดิ์
ชิโรตะยังคงทำงานและดูแลการเติบโตของ "ยาคูลท์" อย่างขยันขันแข็ง จนกระทั่งวายชนม์ และสิ้นลมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1982
เขาเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ นายแพทย์ นักธุรกิจที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม
ที่สำคัญ มิโนะรุ ชิโรตะ คือ เจ้าพ่อยาคูลท์ตัวจริง

ที่มา : จากเรื่อง มิโนะรุ ชิโรตะ เจ้าพ่อยาคูลท์
โดย วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์
จากหน้าคอลัมน์ 100 นักวิทย์โลกไม่ลืม
หน้าที่ 109-111 นิตยสาร ต่วย'ตูน พิเศษ
ปีที่ 37 ฉบับที่ 434 เดือนเมษายน 2554

Return to “ระดับมัธยม”

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests